สำรวจผลลัพธ์

จังหวัดน่าน

จุดเริ่มต้นของการปลูก ติดตาม เพื่อเปลี่ยนแปลง

ทำไมต้องน่าน ?

จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญของประเทศไทย
ให้กำเนิดน้ำกว่าร้อยละ 40 ของแม่น้ำเจ้าพระยา แต่กว่าสิบปีที่ผ่านมา

พื้นที่ป่ากว่า 1 ล้านไร่ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยว

ฉายาเมืองหลวงแห่งข้าวโพด

ฉายา “เมืองหลวงแห่งข้าวโพด”

แรงกดดันจากความต้องการของตลาดอาหารสัตว์ผลักดันให้เกษตรกรน่านจำนวนมากปลูกข้าวโพดและพืชเชิงเดี่ยวชนิดอื่นในระดับที่มีคนรับซื้อถึงที่

วิถีเกษตรที่เปราะบาง

วิถีเกษตรที่เปราะบาง

แม้จะมีรายได้ระยะสั้น แต่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวนั้นส่งผลเชิงลบยืนยาว เช่น ดินเสื่อมโทรม ทั้งยังต้องพึ่งสารเคมีและการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรเนื่องจากพื้นที่ลาดชัน จนกระทบทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

จมดิ่งในวงจรหนี้สิน

จมดิ่งในวงจรหนี้สิน

การปลูกข้าวโพดและพืชเชิงเดี่ยวไม่ได้ทำกำไรมากนักแต่เกษตรกรยังขาดต้นทุนที่จะปรับสู่เกษตรยั่งยืนเนื่องจากภาระหนี้สิน

เสี่ยงภัยภายใต้โลกรวน

เสี่ยงภัยภายใต้โลกรวน

เมื่อป่าถูกทำลายและดินพังทลาย น้ำท่วมและไฟป่าหมอกควันจึงยิ่งรุนแรงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ผลลัพธ์ต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อธรรมชาติฟื้นคืน ระบบนิเวศก็เติบโตไปด้วยกัน

ก่อนปลูก — แปลงเกษตรเชิงเดี่ยว (ภาพเต็ม)
ก่อนปลูก — แปลงเกษตรเชิงเดี่ยว (มือถือ)
หลังปลูก — แปลงวนเกษตร (ภาพเต็ม)
หลังปลูก — แปลงวนเกษตร (มือถือ)

แผนที่ตำแหน่งการปลูกต้นไม้

ภาพถ่ายดาวเทียม | แนวเขตตำบลภายในอำเภอสันติสุข | ขอบเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
ตำแหน่งต้นไม้ที่ปลูกภายใต้โครงการฯ รัศมี 500 เมตร รอบพื้นที่ปลูกต้นไม้

แผนที่แสดงตำแหน่งพื้นที่ปลูกต้นไม้และจำนวนต้นไม้ที่ปลูกภายใต้โครงการต้นไม้ของเรา พ.ศ. 2565
แผนที่แสดงตำแหน่งพื้นที่ปลูกต้นไม้และจำนวนต้นไม้ที่ปลูกภายใต้โครงการต้นไม้ของเรา พ.ศ. 2565-2566
แผนที่แสดงตำแหน่งพื้นที่ปลูกต้นไม้และจำนวนต้นไม้ที่ปลูกภายใต้โครงการต้นไม้ของเรา พ.ศ. 2565-2567

ผลลัพธ์ต่อชุมชน

เมื่อธรรมชาติฟื้นคืนชุมชนก็เติบโตไปด้วยกัน

แปลงเกษตรฟื้นฟูที่สร้างรายได้หลากหลาย

แปลงเกษตรฟื้นฟูที่สร้างรายได้หลากหลาย

เกษตรกรมีเงินทุนปลูกไม้ยืนต้นที่เหมาะสมกับการฟื้นฟูดิน ต่อยอดสู่การปลูกพืชหลากหลายมากขึ้น เช่น ไม้ผล ถั่ว ฯลฯ ทำให้มีรายได้ต่อเนื่อง

เลี้ยงชันโรง

เลี้ยงชันโรง

แมลงตระกูลผึ้งที่ช่วยผสมเกสร เพิ่มผลผลิต และให้น้ำผึ้งราคาดีที่มีสรรพคุณทางยา พร้อมลดการเผาและการใช้สารเคมี เพราะชันโรงอยู่ได้ในพื้นที่ปลอดสารและไฟ

เลี้ยงแพะ

เลี้ยงแพะ

ขุนและขยายพันธุ์แพะเพื่อจำหน่าย โดยแม่แพะให้ลูกเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี และยังเป็นสัตว์กินง่ายที่สามารถกินเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อลดการเผา รวมถึงกินพืชอีกหลากหลายชนิด

สร้างโอกาสผ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

สร้างโอกาสผ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

ต่อยอดการปลูกต้นไม้สู่การพัฒนาธุรกิจชุมชน ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำน่าน เช่น สบู่น้ำผึ้งชันโรง

รู้จักคนปลูกต้นไม้

น.ส.วรารัตน์ วุฒิ

น.ส.วรารัตน์ วุฒิ

ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นไม้ของเราและหัวหน้ากลุ่มการศึกษาดูงาน

น.ส.เจนจิรา อภัยลุน

น.ส.เจนจิรา อภัยลุน

ผู้ประสานงานข้อมูลภาคสนาม

น.ส.กรรณิการ์ คํานาน

น.ส.กรรณิการ์ คํานาน

ผู้ประสานงานธุรกิจและการตลาดชุมชน

นางเจนจิรา คำนาน

นางเจนจิรา คำนาน

เจ้าหน้าที่ธุรการและการเงิน และหัวหน้ากลุ่มเลี้ยงผึ้ง

นายอานนท์ กุศล

นายอานนท์ กุศล

หัวหน้ากลุ่มเลี้ยงชันโรง (ร่วม)

นายเกริกไกร ภักดี

นายเกริกไกร ภักดี

หัวหน้ากลุ่มเลี้ยงชันโรง (ร่วม)

นางสุพรรณี คำนาน

นางสุพรรณี คำนาน

หัวหน้ากลุ่มเพาะชำกล้าไม้

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นไม้ของเรา
เป็นการรวมตัวของเกษตรกรในอำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน

ที่ร่วมกันปลูกต้นไม้และต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจชุมชน เช่น การเพาะชำกล้าไม้ การเลี้ยงชันโรงและแพะ การทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การรับคณะศึกษาดูงาน โดยได้รับการเตรียมความพร้อมจากโครงการต้นไม้ของเราและจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในปี 2566

พวกเราเกษตรกรต้นน้ำน่านคือต้นทุนสำคัญที่จะฟื้นฟูป่าสร้างระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมให้กลับมาสมบูรณ์ โดยการรักษาป่าให้อยู่กับดิน รักษาดินให้อยู่กับน้ำ เราปลูกไม้พื้นถิ่น ท้ายที่สุดแล้วเกษตรกรจะได้ใช้ประโยชน์จากต้นไม้ที่ปลูก และมีรายได้จากตรงนี้ด้วย

คุณวรารัตน์ วุฒิ

การปลูกต้นไม้จะสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวลัวะในอนาคต เพื่อลดการทำการเกษตรเชิงเดี่ยว สู่การทำการเกษตรแบบผสมผสานได้รายได้ที่เพิ่มขึ้น ได้มรดกที่เป็นต้นไม้ให้ลูกให้หลาน

คุณบูรณ์พิภพ บุญอินทร์

ก่อนปลูกมีเจ้าหน้าที่มาดูที่ถึงในแปลง แนะนำวิธีการปลูก ตรวจดินให้ ผมปลูกข้าวโพดมา 20 กว่าปี ต้นทุนก็สูงขึ้นทุกปี ราคาขายก็ถูกลง อายุเราก็เยอะแล้ว เลยลองปลูกยางนา ตะเคียน พะยอม กล้วย ไม้ผล ปลูกผสมกันไปในไร่ข้าวโพด ไร่ข้าว ยางพารา อนาคตข้างหน้าก็ยังเหลือต้นไม้ไว้ให้ลูกหลานได้ดู

คุณด้วง มูลมี

ร่วมปลูกต้นไม้ของเรา

เพื่อปลูกอนาคตที่ธรรมชาติ ชุมชน และเราทุกคนเติบโตไปด้วยกัน