วิธีการปลูก

มากกว่าการปลูกต้นไม้

ต้นไม้ของเรามุ่งสร้างระบบที่ติดตามผลได้ว่า
ธรรมชาติและคนเติบโตไปด้วยกัน

เราทำงานร่วมกับเกษตรกรทุกขั้นตอน พร้อมรายงานผลให้ผู้บริจาค
ตั้งแต่คัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่เหมาะกับพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร วางแผนการจัดการแปลง ดูแลต้นไม้ และติดตามผล
เพื่อให้ต้นไม้เติบโตมาสร้างประโยชน์ต่อทั้งระบบนิเวศและผู้คนในระยะยาว

1

สนับสนุน

บริจาคเงินปลูกต้นไม้ 130 บาท ต่อ 1 ต้น ผ่าน taejai.com พร้อมลดหย่อนภาษี เลือกทำกิจกรรมสนับสนุนเพิ่มได้ในนามองค์กรและกลุ่ม

2

ปลูก

เกษตรกรปลูกไม้พื้นถิ่นในช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปีและดูแลต้นไม้ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี

3

ติดตาม

เกษตรกรบันทึกข้อมูลพิกัด ชนิดต้นไม้ และให้คะแนนสุขภาพต้นไม้แต่ละต้น

4

รายงานผล

ผู้สนับสนุนได้รับรายงานผลการดำเนินงานของโครงการและข้อมูลอัปเดตต้นไม้รายต้น ปีละ 1 ครั้ง

การดำเนินงานประจำปี

เพื่อให้คุณมั่นใจว่าทุกการสนับสนุนของคุณ ถูกปลูก ติดตาม และรายงานผลอย่างโปร่งใส

กิจกรรม

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

ก.ย.

ต.ค.

พ.ย.

ธ.ค.

ม.ค.

ก.พ.

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค.

1เกษตรกรปลูกต้นไม้

ตามยอดเงินบริจาคที่ได้รับจนถึง 31 กรกฎาคม

ปลูกต้นไม้ (มิ.ย.–ส.ค.)

2ดูแลต้นไม้

ดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี

ดูแลต้นไม้ตลอดปี

3เกษตรกรเก็บข้อมูล

เพื่อติดตามการเติบโตของต้นไม้

เก็บข้อมูลการเติบโต (ม.ค. – พ.ค.)

4รายงานผลถึงผู้บริจาค

อีเมลอัปเดตข้อมูลต้นไม้และรายงานผลการดำเนินงานประจำปี

30 มิถุนายน

ส่งอีเมลถึงผู้บริจาค

31 กรกฎาคม

ปิดรับยอดบริจาคของรอบปี

พื้นที่และคนปลูกต้นไม้

ปลูกต้นที่ใช่ ในพื้นที่ที่เหมาะ และตอบโจทย์คนปลูก

ทุกพื้นที่มีสภาพดิน น้ำ ความลาดชัน และระบบนิเวศที่แตกต่างกัน เกษตรกรผู้ปลูกมีความต้องการและวิถีชีวิตที่หลากหลายเช่นกัน เราจึงทำงานร่วมกับเกษตรกรและองค์กรภาคีเครือข่ายที่เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับแต่ละแปลง และตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม รายได้ และการใช้ประโยชน์จากต้นไม้ของแต่ละคน

1

เลือกแปลงปลูกและชนิดพันธุ์ไม้

เลือกเเปลงปลูกและชนิดพันธุ์ไม้

ก่อนเริ่มปลูก โครงการต้นไม้ของเราทำงานร่วมกับเกษตรกร เพื่อเก็บข้อมูลเชิงนิเวศในแปลงและปัจจัยด้านเศรษฐกิจสังคมของเกษตรกร เพื่อเลือกชนิดไม้ที่เหมาะสมกับเงื่อนไขของเกษตรกรเจ้าของแปลง โดยปลูกไม้ท้องถิ่นเพื่อให้เติบโตได้ในพื้นที่และมีความหลากหลายของชนิดพันธุ์

2

ออกแบบแปลงร่วมกับเกษตรกร

ออกเเบบแปลงร่วมกับเกษตรกร

เกษตรกรคือผู้รู้จักพื้นที่ของตนเองดีที่สุด จึงร่วมออกแบบแปลงและการจัดการ เช่น ตำแหน่งการปลูกในแปลง การจัดการน้ำ การจัดการไฟ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและลักษณะพื้นที่ของเกษตรกร

3

ปลูก ดูแล และติดตามผล

ปลูก ดูแล และติดตามผล

หลังปลูก ต้นไม้ทุกต้นจะได้รับการระบุตำแหน่ง GPS เพื่อให้ติดตามผลได้ เกษตรกรจะดูแลต้นไม้และมีการรายงานข้อมูลต้นไม้รวมถึงสุขภาพต้นไม้เป็นเวลา 3 ปี

ทุกๆ การบริจาคช่วยให้เรา
สามารถปลูก ติดตาม และดูแลต้นไม้ได้ต่อเนื่อง

ทำความรู้จัก

รู้จักระบบติดตามต้นไม้

ติดตามต้นไม้และความเปลี่ยนแปลงอย่างโปร่งใส

ผู้บริจาคสามารถดูผลลัพธ์ระดับภาพรวมของโครงการทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ในรายงานสาธารณะประจำปี

ข้อมูลต้นไม้ที่สามารถติดตามได้

(ติดตามข้อมูลของต้นไม้ได้ 3 ปี อัปเดตปีละ 1 ครั้ง)

หน้าจอแอปติดตามต้นไม้

พิกัด GPS

ระบุตำแหน่งของต้นไม้ด้วยระบบ GPS ตั้งแต่วันที่ปลูก

คะแนนสุขภาพต้นไม้ประจำปี

ประเมินสภาพความสมบูรณ์ของต้นไม้ ว่ายังรอดและแข็งแรงระดับใด

ชนิดต้นไม้

บันทึกชนิดไม้พื้นถิ่นที่ปลูกในแต่ละพื้นที่

ภาพถ่ายประจำปี

ภาพถ่ายประจำปีจากแปลงปลูกภาพตัวแทนจากแปลงของเกษตรกรที่ปลูกต้นไม้

การคาดการณ์ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกดูดซับได้

ไม้ยืนต้นที่ปลูกในโครงการเป็นพรรณไม้พื้นเมืองโตช้า ดูดซับได้เฉลี่ยเท่ากับ 9.5 กิโลกรัม/ต้น/ปี เมื่อกล้าไม้เติบโตจนมีเส้นรอบวง 15 เซนติเมตรขึ้นไปเมื่อวัดที่ความสูง 130 เซนติเมตร โดย 1,000 กิโลกรัม มีค่าเท่ากับ 1 ตัน อ้างอิงจากองค์การบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (2554)

การคาดการณ์ปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ถูกปลดปล่อย

การคาดการณ์ปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ถูกปลดปล่อยจะเฉลี่ยเท่ากับ 6.91 กิโลกรัม/ต้น/ปี เมื่อกล้าไม้เติบโตจนมีเส้นรอบวง 15 เซนติเมตรขึ้นไปเมื่อวัดที่ความสูง 130 เซนติเมตร โดย 1,000 กิโลกรัม มีค่าเท่ากับ 1 ตัน อ้างอิงจากองค์การบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (2554)

ต้นไม้ของเรา

เชื่อมโยงผู้คน
ทั้งใกล้ป่าและไกลป่า

การดูแลธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของคนเพียงกลุ่มเดียว ต้นไม้ของเรา
จึงเชื่อมโยงผู้คนจากหลายที่หลายบทบาทให้ร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกไปด้วยกัน

เกษตรกรผู้ปลูกและดูแลต้นไม้

เกษตรกร

กลุ่มคนใกล้ป่าผู้มีความตั้งใจในการปลูก ดูแล และติดตามต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้ที่ยั่งยืนในชุมชน และรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ภาคธุรกิจ องค์กร และบุคคลทั่วไป

ภาคธุรกิจ องค์กรหรือ
กลุ่มต่าง ๆ และบุคคลทั่วไป

ผู้พึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติแม้อยู่ไกลป่า มีส่วนในการสร้างและรับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนเช่นกันในการดำรงชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ทุกคนสามารถเป็นกำลังสำคัญในการดูแลโลกโดยร่วมสนับสนุนเกษตรกรและติดตามผลการปลูกต้นไม้

รีคอฟ ประเทศไทย และองค์กรภาคีเครือข่าย

รีคอฟ ประเทศไทย และองค์กรภาคีเครือข่าย

รวมพลังองค์กรภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และภาครัฐ ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ กัน เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการสร้างระบบเกษตรที่ยั่งยืน สร้างอาชีพและแหล่งรายได้ทางเลือกให้ชุมชน ผสานเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ร่วมปลูกต้นไม้ของเรา

เพื่อปลูกอนาคตที่ธรรมชาติ ชุมชน และเราทุกคนเติบโตไปด้วยกัน