โครงการจัดการไฟโดยชุมชนเป็นฐาน (Community-based Fire Management หรือ CBFiM) ส่งเสริมให้สมาชิกชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมตลอดวงจรการจัดการไฟแบบบูรณาการ การจัดการไฟแบบบูรณาการคือแนวทางแก้ไขแนวทางใหม่สำหรับปัญหาไฟป่าในเอเชียซึ่งทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้ โดยอาศัยความพยายามร่วมกันจากหลายภาคส่วน เราทำงานร่วมกับหลายชุมชนในจังหวัดน่านซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อเตรียมรับมือฤดูไฟป่า โดยทบทวนสถานการณ์ในพื้นที่และศักยภาพของชุมชนเพื่อหาแนวทางลดความเสี่ยงในการเกิดไฟ พร้อมฝึกอบรมชุมชนและจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการควบคุมไฟ
ฤดูไฟป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มต้นในเดือนมกราคม และรุนแรงที่สุดในเดือนเมษายน ควันไฟทำให้ปริมาณฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นในประเทศไทย
ไฟป่าส่วนใหญ่ในภาคเหนือของประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กล่าวคือ มักเกิดโดยอุบัติเหตุเมื่อเกษตรกรเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรในบริเวณใกล้เคียง หรือเมื่อมีคนเข้าไปหาของป่าและล่าสัตว์
เมื่อชุมชนในพื้นที่เสี่ยงได้เรียนรู้วิธีลดความเสี่ยงในการเกิดไฟป่า ชุมชนเหล่านี้จะสามารถเป็นกำลังสำคัญในการจัดการไฟป่า แนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีคือการร่วมมือกับชุมชนเพื่อดำเนินการป้องกันไฟ โดยชุมชนต้องมีทรัพยากรที่จำเป็นและได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม การแก้ปัญหาโดยการดับไฟหรือจัดการไฟเมื่อเกิดไฟขึ้นแล้วเท่านั้นยังไม่เพียงพอ
โครงการจัดการไฟโดยชุมชนเป็นฐาน (Community-based Fire Management หรือ CBFiM) ของ RECOFTC (รีคอฟ) ได้รับการสนับสนุนจากกรมป่าไม้กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ และองค์กรภาคีเครือข่าย นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 เราได้ทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดน่าน ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อพัฒนาแผนการจัดการไฟโดยชุมชนเป็นฐานและนำแผนไปใช้จริง โครงการระดับภูมิภาคนี้มุ่งแก้ไขปัญหาไฟป่าที่ต้นเหตุและตอบสนองต่อข้อกังวลระดับประเทศและระดับภูมิภาคเกี่ยวกับผลกระทบของไฟต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
ภารกิจของโครงการจัดการไฟโดยชุมชนเป็นฐาน
เรากำลังสร้างศักยภาพของชุมชนและหน่วยงานภาครัฐเพื่อการจัดการไฟป่าและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศกัมพูชา สปป. ลาว ไทย และเวียดนาม เพื่อขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนนี้ เราดำเนินการตามกรอบการจัดการไฟแบบบูรณาการขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization) ซึ่งครอบคลุมหลักการจัดการไฟป่า 5 ประการ หรือหลัก 5R ได้แก่ การทบทวน (Review) การลดความเสี่ยง (Risk reduction) การเตรียมความพร้อม (Readiness) การปฏิบัติเมื่อเกิดไฟ (Response) และการฟื้นฟู (Recovery)
เราดำเนินงานโดยเริ่มจาก “ระยะเตรียมการ” ซึ่งเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกสู่การจัดการไฟ ประกอบด้วยการทบทวน การลดความเสี่ยง และการเตรียมความพร้อม หรือหลักการ 3 ข้อแรกใน 5R ระยะเตรียมการช่วยให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าใจบริบทและสาเหตุที่ก่อให้เกิดไฟ และวิธีลดความเสี่ยงในการเกิดไฟตามบริบท การเตรียมความพร้อมที่ว่านี้ยังหมายความรวมถึงการพัฒนาแผนการจัดการไฟโดยชุมชนเป็นฐานและการเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมให้พร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูไฟป่า

การทบทวน: หาต้นเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้
ในระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2566 RECOFTC ร่วมมือกับชุมชน 4 หมู่บ้านจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงไฟป่าในกระบวนการทบทวน ได้แก่ บ้านกิ่วน้ำ บ้านสว่าง บ้านมณีพฤกษ์ และบ้านราษฎร์รัฐพัฒนา สมาชิกชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐ องค์กรภาคีเครือข่ายจากภาคประชาสังคม และนักวิชาการ ได้ร่วมกันทบทวนบริบทด้านภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจสังคมของชุมชน โดยวิเคราะห์ลักษณะการเกิดไฟและสถานการณ์ไฟที่ผ่านมา ประเมินว่าไฟเกิดขึ้นและลุกลามอย่างไรบ้าง ทุกฝ่ายร่วมกันประเมินความต้องการในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาแผนการจัดการไฟโดยชุมชนเป็นฐานที่เหมาะสมและให้คนทุกกลุ่มในชุมชนได้มีส่วนร่วม

เราวิเคราะห์สถานการณ์และความต้องการในการพัฒนาศักยภาพของแต่ละหมู่บ้าน ทั้งการปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสนทนากลุ่ม และการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญล้วนช่วยให้เราได้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อดำเนินการพัฒนาศักยภาพต่อไป อีกทั้งยังทำให้เราได้ข้อมูลว่าเทคโนโลยีและอุปกรณ์ใดบ้างที่จำเป็นต่อการสนับสนุนชุมชน กระบวนการเหล่านี้ยังช่วยให้สมาชิกชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีโอกาสแบ่งปันข้อสังเกตของตนเกี่ยวกับโครงสร้างและนโยบาย เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการไฟให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในระดับประเทศ
